คำสั่งที่มีประโยชน์ของ PHP

ให้เราทำสิ่งที่มีประโยชน์มากในขณะนี้. พวกเราจะไปตรวจสอบสิ่งที่จัดเรียงของเบราว์เซอร์ผู้เข้าชมใช้. เพื่อที่เราจะตรวจสอบสตริงตัวแทนผู้ใช้เบราว์เซอร์จะส่งเป็นส่วนหนึ่งของการร้องขอ HTTP
ข้อมูลนี้จะถูกเก็บไว้ในตัวแปร, ตัวแปรที่มักจะเริ่มต้นด้วยเครื่องหมาย $ ใน PHP ตัวแปรที่เรามีความสนใจในตอนนี้คือ $_SERVER[‘HTTP_USER_AGENT’].
บันทึก
$ _SERVER เป็นพิเศษตัวแปร PHP สงวนที่มีข้อมูลเว็บเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมด เป็นที่รู้จักกันเป็น superglobal ตัวแปรพิเศษเหล่านี้ถูกนำมาใช้ใน PHP » 4.1.0 ก่อนเวลานี้เราใช้ที่มีอายุมากกว่า $ HTTP _ * _ อาร์เรย์ VARS แทนเช่น $ HTTP_SERVER_VARS ในฐานะของ PHP 5.4.0 ตัวแปรเก่าเหล่านี้ได้ถูกลบออก (โปรดดูที่โค๊ดเก่า.)
หากต้องการแสดงตัวแปรนี้คุณก็สามารถทำได้:
ตัวอย่าง # 1 พิมพ์ตัวแปร (องค์ประกอบอาร์เรย์)
<?php echo $_SERVER['HTTP_USER_AGENT']; ?>
เอาท์พุทตัวอย่างสคริปต์นี้อาจจะเป็น:
Mozilla/4.0 (compatible; MSIE 6.0; Windows NT 5.1)
มีหลายประเภทของตัวแปรที่มีอยู่ใน PHP มี ในตัวอย่างข้างต้นเราพิมพ์องค์ประกอบอาร์เรย์ อาร์เรย์จะมีประโยชน์มาก
$ _SERVER เป็นเพียงตัวแปรหนึ่งที่ PHP กำหนดให้โดยอัตโนมัติทำให้สามารถใช้ได้ทันที รายการที่สามารถมองเห็นได้ในส่วนตัวแปรสงวนของคู่มือหรือคุณจะได้รับรายชื่อทั้งหมดของพวกเขาโดยการใช้ฟังก์ชั่น phpinfo () ฟังก์ชั่นที่ใช้ในตัวอย่างในส่วนก่อนหน้านี้คุณสามารถใส่ statements PHP หลายๆคำสั่งในแท็ก PHP และสร้างบล็อกเล็ก ๆ น้อย ๆ ของรหัสที่ทำมากกว่าเพียงแค่คำสั่ง echo
ตัวอย่างเช่นถ้าคุณต้องการตรวจสอบค่าสำหรับบราวเซอร์ Internet Explorer คุณสามารถทำสิ่งนี้:
ตัวอย่างที่ 2 ตัวอย่างการใช้โครงสร้างการควบคุมและการทำงาน
<?php if (strpos($_SERVER['HTTP_USER_AGENT'], 'MSIE') !== FALSE) { echo 'You are using Internet Explorer. '; } ?>
เอาท์พุทตัวอย่างสคริปต์นี้อาจจะเป็น:
You are using Internet Explorer.
ที่นี่เราแนะนำคู่ของแนวคิดใหม่ หากคุณมีความคุ้นเคยกับไวยากรณ์พื้นฐานที่ใช้โดยภาษา C จะทำให้สามารถเข้าใจได้ง่ายขั้น, มิฉะนั้นคุณอาจจะรับหนังสือ PHP เบื้องต้นและอ่านคู่แรกของบท
แนวคิดที่สองที่เราแนะนำคือการเรียกฟังก์ชั่น strpos() ซึ่งเป็นคำสั่งสำหรับค้นหาตัวอักษรที่อยู่ในประโยค อย่าในตัวอย่างนี้เรากำลังจะค้นหาคำว่า ‘MSIE’ จากการประมวลผล $_SERVER[‘HTTP_USER_AGENT’] ถ้าคำสั่งหาข้อความเจอ จะแสดงผลออกมาเป็น True หากไม่ก็จะแสดงเป็น False
ตัวอย่างที่ 3 ผสมทั้งสองโหมด HTML และ PHP
<?php if (strpos($_SERVER['HTTP_USER_AGENT'], 'MSIE') !== FALSE) { ?>

<h3>strpos() must have returned non-false</h3>

You are using Internet Explorer
<?php } else { ?>

<h3>strpos() must have returned false</h3>

You are not using Internet Explorer
<?php } ?>
เอาท์พุทตัวอย่างสคริปต์นี้อาจจะเป็น:

<h3>strpos() must have returned non-false</h3>

You are using Internet Explorer
ความคิดเห็น
(มีผู้เข้าชม 500 ครั้ง, 1 ผู้เข้าชมในวันนี้)

Related posts